สวัสดีทุกคน
ในการอัปเดต 36.1 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้ทำการเปิดให้เข้าร่วมทดลองปรับสมดุลอาวุธของปืนประเภท DMR ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เข้าร่วมทดสอบการปรับสมดุลของ DMR ก่อนที่จะมีการนำมาใช้งานจริง
และเมื่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในการเล่นจริงๆ ในอัปเดต 37.1 ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ เราจึงอยากจะอธิบายให้ผู้เล่นได้ทราบเกี่ยวกับรายละเอียด และอธิบายให้เข้าใจถึงแนวคิดเบื้องหลังของพวกเราในการติดสินใจปรับสมดุลกับปืนประเภท DMR ในครั้งนี้
ผู้เล่นหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องการจะปรับสมดุลปืนประเภท DMR แต่การที่จะอธิบายถึงเรื่องนี้ เราจำเป็นจะต้องมองลึกลงไปว่าในปัจจุบันนั้นภาพรวมการใช้อาวุธประเภท DMR ในระบบอาวุธของ PUBG นั้นมีสถานะเป็นอย่างไร
สำหรับคนที่ได้เล่น PUBG มาระยะหนึ่งแล้วก็คงจะเห็นด้วยกับพวกเราว่า DMR เป็นทางเลือกที่โดดเด่นที่สุดในการเล่นแบบเมตาในปัจจุบัน ซึ่งปืนประเภท DMR นั้นได้มีความโดดเด่นมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้วทำให้การพูดถึงเรื่องนี้ให้ความรู้สึกว่าควรจะถูกพูดถึงมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
DMR ยังคงมีบทบาทที่โดดเด่นในระบบอาวุธของ PUBG มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการต่อสู้ระยะกลางถึงระยะไกล ที่เมื่อการเล่นในแมตช์ดำเนินไปเรื่อยๆ ผลกระทบจากการใช้งานก็ยิ่งเด่นชัดยิ่งขึ้น และมักจะจำกัดการเลือกอาวุธ และนำไปสู่รูปแบบการต่อสู้ที่ซ้ำๆ แบบเดิมอยู่เสมอ
เพื่อให้เข้าใจสถานะของปืน DMR ในปัจจุบันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้ติดตามวิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญหลายประการ ซึ่งเราจะอธิบายถึงในส่วนต่อไปที่ด้านล่างนี้
ก่อนอื่น มาดูกันที่อัตราการใช้อาวุธในการเล่นแบบปกติ และการเล่นแบบจัดอันดับกันก่อน

ในปัจจุบันปืนประเภท AR ครอบครองสัดส่วนการถูกใช้งานในภาพรวมอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด หากเราเปรียบเทียบข้อมูลนี้ในช่วงเริ่มต้นของเกม PUBG กับข้อมูลในปัจจุบัน เราจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน:
ที่การใช้งานปืนประเภท AR ได้ลดลงจาก 68.0% เหลือ 51.2% ในขณะที่การใช้งานปืนประเภท DMR ได้เพิ่มขึ้นจาก 14.8% เป็น 17.2% โดยเฉพาะในการเล่นแบบจัดอันดับนั้นมีการใช้งานปืนประเภท DMR เพิ่มขึ้นไปจนถึงระดับ 23.1% ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้เล่นเริ่มเปลี่ยนจากการใช้งานปืนประเภท AR และหันไปใช้ปืนประเภท DMR มากขึ้น ส่งผลให้ DMR มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปืนประเภท Shotgun และ SMG ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตเช่นกัน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือการเปลี่ยนจากเมตาจากที่ AR เป็นตัวชูโรง ไปสู่เมตาที่ DMR มีบทบาทเป็นหลัก
ถึงกระนั้นแม้จะข้อมูลเหล่านี้จะดูเหมือนว่าอัตราการใช้อาวุธต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่สมดุลพอสมควรอยู่ที่แม้ว่าปืนประเภท AR จะมีสัดส่วนการใช้งานเป็นส่วนมากอยู่ แต่กลุ่มอาวุธประเภทอื่นก็ยังดูว่ามีความสมดุลอยู่ระดับหนึ่ง แต่ทว่าสิ่งที่ผู้เล่นจะรู้สึกได้จากการเล่นจริงๆ ในเกมมักจะเล่าเรื่องที่แตกต่างออกไป—ในแบบที่ไม่สะท้อนไปในทางเดียวกับข้อมูลการใช้งานเหล่านี้
เพื่อให้เราสามารถจับความรู้สึกของผู้เล่นในระหว่างการเล่นในแมตช์ได้ เราได้วิเคราะห์ข้อมูลที่แสดงถึงผลกระทบจากอาวุธชนิดต่างๆ ตลอดระยะเวลาของการเล่นในแต่ละแมตช์

และจากข้อมูลผลกระทบของอาวุธต่างๆ ด้านบนนี้มีจุดสำคัญดังนี้
ปืนประเภท AR มักจะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในช่วงเริ่มต้นของแมตช์ แต่ความเสียหายจากปืนประเภท DMR ก็จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มช่วงวงที่ 2 เป็นต้นไป
อัตราความเสียหายของปืนประเภท DMR มีสัดส่วนที่สูงกว่าอัตราการฆ่าอยู่มาก
ในมุมของอัตราความเสียหาย ปืนประเภท DMR มีความโดดเด่นตลอดเกือบทั้งแมตช์หลังจากที่จบช่วงวงระยะที่ 1 ไป
ในขณะที่ปืนประเภท AR มีอัตราถูกใช้ในการฆ่ามากกว่าปืนประเภท DMR อยู่กว่า 2 เท่า แต่ตัวเลขนี้เป็นการนับรวมการต่อสู้ในช่วงเริ่มต้นแมตช์ และการต่อสู้ในแบบต่างๆ มากมาย เมื่อเรามองไปที่รูปแบบการเล่นตามช่วงเวลาตลอดแมตช์ ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าปืนประเภท DMR เริ่มที่จะแสดงความโดดเด่นตั้งแต่รอบวงที่ 2 เป็นต้นไป โดยเฉพาะในมุมของการสร้างความเสียหาย
ในเกม PUBG ที่มีระบบบลูโซนทำงานแบบสุ่มค่า ทำให้โดยธรรมชาติของการเล่นนั้นมีสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งเป็นการเข้าครอบครองพื้นที่ที่เหมาะสมให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และป้องกันไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นๆ เข้ามาสู่พื้นที่เล่นที่ปลอดภัยได้ และเพราะเหตุผลนี้ทำให้ความเสียหายโดยรวม ที่ไม่ได้นับเพียงแต่การฆ่าเท่านั้น เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่สำคัญ
เราจึงให้ความสำคัญกับจำนวนการฆ่าน้อยกว่า ปริมาณความเสียหายของปืนประเภท DMR ที่โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกมดำเนินไปตามเวลา
จากข้อมูลต่างๆ ที่แสดงไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าปืนประเภท DMR อยู่ในตำแหน่งที่เป็นบทบาทหลักของระบบการใช้อาวุธในเกม PUBG แต่อะไรคือปัญหาจากเรื่องนี้ และทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง?
ในสถาพแวดล้อมของการเล่นที่มีปืนประเภท DMR เป็นตัวหลักในการสร้างความเสียหาย การยิงต่อสู้มักจะเป็นการเผชิญหน้ากันในระยะไกล การต่อสู้แบบนี้มักจะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายยึดติดอยู่กับการเล่นแบบป้องกันพื้นที่ และแม้แต่การเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยก็สุ่มเสี่ยง
สิ่งนี้ทำให้การต่อสู้เป็นแบบยึดเยื้อที่มุ่งเน้นไปกับการฟื้นเลือด และช่วยเพื่อนที่ล้ม โดยแทบจะไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง หรือใช้ยุทธวิธีต่างๆ เลย และทำให้การต่อสู้กลายเป็นการถ่วงเวลา และการเล่นในแมตช์ก็ยึดติดอยู่กับการยิงต่อสู้กันในระยะไกลด้วยปืน DMR ซ้ำๆ อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับปืนประเภท AR แล้วจะพบว่าปืนประเภท DMR นั้นให้รางวัลกับความแม่นยำ และความชำนาญในการใช้มากกว่า ทำให้ในเมตาที่ DMR เป็นตัวชูโรงนั้นผู้เล่นที่มีประสบการณ์น้อยกว่ามีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะสามารถเอาชนะผู้เล่นที่มีฝีมือได้ และทำให้ช่องว่างระหว่างฝีมือนั้นกว้างยิ่งขึ้น และการกลับมาพลิกเอาชนะได้เกิดขึ้นยากขึ้นไปอีก
ตามรูปแบบการเล่นของ PUBG เองนั้นการต่อสู้ระยะไกลก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในการเล่นเกมตามธรรมชาติ ทำให้มันดูเหมือนว่าการที่ DMR โดดเด่นขึ้นมาก็เป็นเรื่องปกติ แต่ทว่าในปัจจุบันนั้นความโดดเด่นนั้นอยู่ในระดับที่สูงมากจนไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้กับอาวุธทางเลือกแบบอื่นๆ และทำให้การเล่นแบบเมตานั้นตายตัวแบบที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ปืน DMR เท่านั้น
และเมื่อการเล่นแบบเมตาเป็นแบบเดิมๆ การต่อสู้ก็จะเริ่มสร้างความรู้สึกซ้ำซาก ขาดความหลากหลายของรูปแบบการเล่น—เช่นการรุกด้วยยานพาหนะ การใช้ระเบิดควันพลางการเข้าตี หรือการเข้าโจมตีอย่างกล้าหาญในทิศทางอื่น—แล้วไปมุ่งเน้นแต่ที่การเล่นแบบยึดติดกับที่แล้วยิงต่อสู้กันในระยะไกล
เมื่อจัดการกับเรื่องนี้ เราจึงตัดสินใจว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพิจารณาถึงบทบาทของปืนประเภท DMR ใหม่และทำการปรับสมดุลให้เหมาะสมกว่าเดิม
เมื่อเราได้พูดถึงสาเหตุและเหตุผลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว มาดูที่รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอัปเดต 37.1 และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประสบการณ์การเล่นของทุกคน
ความเสียหายของปืนประเภท DMR จะถูกลดลงประมาณ 12%
ปืนส่วนใหญ่ในประเภท DMR จะไม่สามารถยิงศัตรูให้ตายด้วยการยิง 2 นัดได้ นั่นหมายความว่าการยิงหัว+ตัวแบบเดิมๆ จะไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการฆ่าได้
แต่ทว่าเมื่อเทียบกับปืนประเภท AR แล้ว ปืนประเภท DMR ก็จะยังสามารถสร้างความเสียหายในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าได้
อัตราความเร็วในการยิงซ้ำ (อัตราการลั่นกระสุน) จะถูกลดลงประมาณ 45% ยกเว้นสำหรับปืน Dragunov และปืน Mk14 ที่จะไม่ได้รับการปรับสมดุลในส่วนนี้
จะส่งผลให้ทำการยิงทีละนัดแบบติดๆ กันทำได้ยากยิ่งขึ้น
เมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถูกนำมาใช้แล้ว แต่ปืนประเภท DMR ก็จะยังคงมีเอกลักษณ์ของการเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงในการต่อสู้ระยะกลาง ถึงระยะไกลอยู่เช่นเดิม และเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังในสถานการณ์ที่เหมาะสม เพราะเราไม่ได้ปรับเปลี่ยนความเร็วของกระสุน หรืออัตราการลดความเสียหายตามระยะทางไปจากเดิม
หากเป้าหมายของเราเป็นเพียงแค่ว่าเราต้องการจะลดประสิทธิภาพของปืนประเภท DMR ลง เราก็คงจะเลือกทำตามวิธีดั้งเดิมที่จะเพิ่มแรงถีบแทนที่จะลดความเสียหายของปืนลง แต่ทว่าการปรับสมดุลครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะลดความโดดเด่นที่สูงเกินไปของปืนประเภทนี้ลง
พูดในอีกแบบหนึ่งก็คือ เราต้องการที่จะขยับออกไปจากเมตาการเล่นที่มี DMR เป็นทางเลือกทางเดียวที่ดูสมเหตุสมผล
เราเชื่อว่าในระยะยาวแล้ว การปรับสมดุลกับปืนประเภท DMR เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับการเล่นแบบเมตา และสร้างสภาพแวดล้อมของระบบการใช้อาวุธที่เหมาะสมยิ่งขึ้น แม้เราจะเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจจะดูกะทันหันสำหรับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับเมตาแบบเดิมอยู่แล้ว แต่เราหวังว่าทุกคนจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ถาวร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวงจรการปรับสมดุลที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามที่เราได้เคยแจ้งว่า PUBG จะมีการปรับสมดุลการใช้อาวุธทุกๆ สองเดือน และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็คือส่วนหนึ่งของความพยายามที่ต้องการจะส่งเสริมให้มีกลยุทธ์ และการเลือกใช้อาวุธที่หลากหลายมากขึ้น
ด้วยการปรับสมดุลครั้งนี้ เราหวังว่าจะลดบทบาทของปืนประเภท DMR และกระตุ้นเมตาที่ย่ำอยู่กับที่ได้ เราต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่อาวุธหลายๆ ประเภทสามารถถูกใช้ร่วมกันได้ แทนที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าต้องเลือกใช้เพียงอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น เป้าหมายของเราคือการสร้างระบบการใช้อาวุธที่อาวุธทุกประเภทให้ความรู้สีกได้ว่ามันสามารถเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมได้
ในสภาพแวดล้อมแบบที่เป็นเป้าหมายของเรานั้น เราหวังว่าจะได้เห็นการต่อสู้ที่หลากหลาย และการเล่นเกมในแบบทีไม่ตายตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับการเลือกอาวุธมาใช้ ที่เป้าหมายของเราไม่ใช่การกำจัดการต่อสู้ระยะไกลออกไป แต่เป็นการสร้างเพิ่มเติมขึ้นบนรูปแบบการเล่นแบบนั้น เราต้องการจะสนับสนุนให้มีกลยุทธ์ และวิธีการเล่นที่หลากหลายยิ่งขึ้น นั่นรวมไปถึงการต่อสู้ระยะประชิดด้วย เพื่อให้เกมรู้สึกยืดหยุ่นและมีสีสันมากขึ้น เมื่อความโดดเด่นของ DMR ลดลง และการจัดการกับศัตรูที่ล้มลงทำได้ยากขึ้น เราก็คาดว่าผู้เล่นจะมีโอกาสในการเอาชีวิตรอดเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการต่อสู้ที่แปลกใหม่กว่าเดิม
การใช้อาวุธเป็นหัวใจหลักของ PUBG และพวกเราจะยังคงติดตามความคิดเห็นของผู้เล่นเพื่อนำไปพิจารณาในการพัฒนาของเราต่อไป และเมื่ออัปเดต 37.1 เปิดให้เข้าเล่น เราก็หวังว่าจะได้รับความคิดเห็นของผู้เล่นเกี่ยวกับการปรับสมดุลปืน DMR ในครั้งนี้ด้วย
แล้วพบกันบนสนามรบ!
ทีมงาน PUBG: BATTLEGROUNDS